
วันนี้เรามี 10 สถานที่แนวธรรมชาติที่น่าไปเยือนอเมริกาฝั่งตะวันตก มาให้ทุกคนได้ชมกันค่ะ เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าสถานที่แนวธรรมชาติที่เราได้คัดมานั้นจะสวยงามกันแค่ ไหนเชียวว

1. อุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีทอน อุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีทอน (Grand Teton National Park) คืออีกหนึ่งอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของมลรัฐไวโอมิง สหรัฐอเมริกา เป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ใกล้กับเมืองแจ็คสัน (Jackson) และยังเป็นที่ตั้งของภูเขาแกรนด์ทีทอน (Grand Teton Mountain) ในเทือกเขาร็อกกี้ (Rocky Mountains) เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในรัฐไวโอมิงและในอุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีทอน รวมไปถึงสูงสุดเป็นอันดับสองในสหรัฐอเมริกา คือ มีความประมาณ 13,775 ฟุต สำหรับการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาตินั้นนักท่องเที่ยวที่มาเยือนส่วนใหญ่ จะนิยมกิจกรรมตั้งแคมป์และเดินป่า ปีนเขา เดินทางไกล พายเรือ ตกปลา เล่นสกี ในช่วงฤดูหนาวรวมไปถึงกิจกรรมท่องเที่ยว กลางแจ้งอื่นๆ ที่นี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของกวางมูสกวางสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ยังมีชิวิตเหลืออยู่ในปัจุบัน และช่วงบ่ายๆหากโชคดีจะได้พบกับกวางมูสที่ออกมาหากินอยู่บ่อยๆ อีกทั้งยังจะได้เพลินเพลินไปกับบรรยากาศทางธรรมชาติที่งดงามจากบริเวณรอบๆอีกด้วย

2. อุทยานแห่งชาติไซออน (Zion National Park)สำหรับการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติไซออน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่คุณจะต้องไม่พลาดไปเยือน คือ หุบเขาไซออน หรือ ไซออน แคนยอน (Zion Canyon) แคนยอนที่มีความยาว ประมาณ 15 กิโลเมตร และลึก ประมาณ 800 เมตร ตื่นตาไปกับความงดงามของทัศนียภาพหน้าผาหินทรายที่ตั้งสูง 2,000 ถึง 3,000 ฟุตจากพื้นหุบเขาลึก หลังจากนั้นไม่พลาดกิจกรรมเดินป่าไปตามเส้นทางเดินป่าที่ได้รับความนิยม โดยเส้นทางแรกที่อยากแนะนำ คือ การเดินทางไปตาม ช่องแคบแม่น้ำเวอร์จิน (The Virgin River Narrows) ซึ่งมีระยะทางกว่า 3.6 ไมล์ (6 กิโลเมตร) โดยเส้นทางเดินป่าแห่งนี้ติดอันดับที่ 5 จาก 100 อันดับของเส้นทางเดินป่าสำหรับการผจญภัยในสหรัฐอเมริกา

3. Yellowstone national park เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรก ของอเมริกา และแห่งแรกของโลกด้วย มีพื้นที่ทั้งหมดอยู่บนที่ราบสูงบนเทือกเขาร็อคกี้ มีเนื้อที่มากกว่า 2 ล้านเอเคอร์ คือประมาณ 43,750 ตารางไมล์ เป็น อุทยานแห่งชาติ ที่มีบ่อน้ำร้อน น้ำพุร้อนมากกว่า 10,000 แห่ง และ 250 แห่งเป็นบ่อน้ำพุร้อน นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่น่าสนใจมากมายเช่น หมีกริซซี่ (Grizzy Bear) หมีดำ (Black Bear) ควายป่าไบซัน กวางมูส (Moose) กวางเอลค์ (Rocky Mountain Elk) แพะภูเขา บิ๊กฮอร์น (Bighorn sheep) แมวป่า (Lynx) รวมถึงนกชนิดต่างๆ อีกมากกว่า 250 ชนิด

4. แกรนด์แคนยอน (The Grand Canyon State) สำหรับการท่องเที่ยวในแกรนด์แคนยอนนั้น นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ชื่นชมความงดงามของความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยารอบๆพื้นที่แกรนด์แคนยอน ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้ไม่ต่ำกว่าห้าล้านคนต่อปี โดยกิจกรรมท่องเที่ยวหลักที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากคือ การล่องแพ, เดินป่า,ตั้งแคมป์ และอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ ซึ่งรอคุณมาเป็นจำนวนมาก ถ้าหากคุณมีโอกาสมาเยือนแกรนด์แคนยอน แนะนำว่าคุณต้องไม่พลาดมาเยือนสักครั้งหนึ่ง

5. Antelope Canyon (แอนทีโลพ แคนยอน) อีกหนึ่งความอัศจรรย์ที่ธรรมชาติบันดาลให้ปรากฏ หุบเขาพิศวง แห่งนี้ เกิดจากการพังทลายของชั้นหิน Navajo Sandstone ซึ่งถูกกัดเซาะอย่างฉับพลันจากกระแสน้ำที่ซัดผ่าน ผสานความแรงจากกระแสลม พายุฝน ผ่านฤดูกาลต่างๆ ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน Antelope Canyon จึงกลายเป็น หุบเขาที่อันตรายที่สุด เนื่องจากบริเวณนั้นอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ตลอดเวลา และระดับน้ำสามารถสูงถึง 10 เมตรหุบเขาที่อันตรายที่สุด แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งดึงดูดใจช่างภาพทั่วโลก เพราะสีสันจากธรรมชาติซึ่งเกิดจากการตกกระทบของแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านช่องแคบ สะท้อนกับสีของชั้นหิน Navajo Sandstone เกิดเป็นความสวยงามสุดประทับใจแก่ทุกสายตา

6. หุบเขาโยเซมิตี ( Yosemite Valley ) อุทยานแห่งชาติโยเซมิตตี (Yosemite National Park) ซึ่งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งนี้เนื้อพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 3,081 ตร.กม. กว้างจรดถึงดินแดนทะเลทรายเนวาดา อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกาที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเฉลี่ย 3 ล้านคนต่อปี และได้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2527 ปัจจุบันนี้การเดินทางขึ้นยอดเขาฮาล์ฟโดม ไม่ต้องใช้เวลามากอย่างในอดีตแล้ว เพราะมีการขึงสายเคเบิ้ลเป็นทางเดิน พร้อมวางที่พักเท้าให้เป็นขั้นบันได ให้นักท่องเที่ยวค่อยๆ ไต่ ค่อยๆ เกาะ เพื่อพาตัวเองให้ไปถึงยอดเขา แต่ถึงกระนั้นก็ยังเหนื่อยหอบอยู่ดี เพราะฉะนั้นหากจะไปพิชิตยอดนี้จริงๆ ฟิตร่างกายเตรียมพร้อมไว้ก่อนเลยล่ะ ถ้านักท่องเที่ยวสามารถพิชิตขึ้นไปบนยอดเขาแล้ว จะมีพื้นที่ราบให้นักท่องเที่ยวสามารถพักเหนื่อยได้ พร้อมกับมีวิวทิวทัศน์สวยๆ ที่มองได้ 360 องศารอบอุทยานฯ ให้หายเหนื่อยถือเป็นรางวัลตอบแทนความพยายาม รวมไปถึงความกล้าของเหล่านักท่องเที่ยวอีกด้วย

7. หอคอยปีศาจ (Devil’s Tower) นับเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะเป็น กลุ่มแท่งหินหลายเหลี่ยมขนาดใหญ่ สูง 265 เมตร เมื่อวัดจากฐานที่มีป่าปกคลุม พบว่ามีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 300 เมตร แล้วค่อยๆ เรียวขึ้นไปจนถึงยอด ซึ่งกว้างเพียง 85 เมตร ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาเชื่อว่า หอคอยปีศาจก่อตัวมาราว 50 ล้านปีมาแล้ว โดยเป็นหินละลายใต้เปลือกโลกที่ผุดขึ้นมาสู่ผิวดิน แล้วค่อยๆ เย็นตัว ระหว่างนั้นได้เกิดการหดตัวและแตกร้าวจนกลายเป็นเสาหินหลายเหลี่ยม เช่นเดียวกับโคลนที่แตกระแหงเมื่อแห้งแข็ง หอคอยปีศาจสามารถเห็นได้จากระยะไกลถึง 160 กม. หากไต่ขึ้นไปบนยอดก็จะเห็นดินแดนของ 5 รัฐ ที่ทอดตัวอยู่โดยรอบ ได้แก่ ไอโอมิง มอนแทนา นอร์ทดาโคตา เซาท์ดาโคตา และเนแบรสกา

8. อุทยานแห่งชาติเกลเซียร์ (Glacier National Park) อุทยานแห่งชาติเกลเซียร์ อุทยานแห่งธารน้ำแข็งและทุ่งหญ้าอัลไพน์ อุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าทึบ ภูเขาขรุขระ และทะเลสาบที่งดงาม นั่นจึงทำให้อุทยานแห่งชาติเกลเซียร์กลายเป็นสวรรค์ของคนที่รักการท่องเที่ยวผจญภัย รวมไปถึงการเป็นที่ตั้งของโรงแรมรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงอีกจำนวนหลายแห่งอีกด้วยสำหรับพืชพันธุ์และสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเกลเซียร์นั้นส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสายพันธุ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวก หมี แพะภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของอุทยาน แมวป่า และนกอีกหลากหลายสายพันธุ์ที่พบได้มาในเขตอุทยาน สำหรับการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติเกลเซียร์นั้นสามารถมาได้ทั้งในช่วงฤดูร้อนและช่วงฤดูหนาว แต่อุทยานจะมีความงดงามมากที่สุดในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากว่าในฤดูนี้ทั่วทั้งอุทยานจะถูกปกคลุมไปด้วยเหล่าดอกไม้ป่าหลากหลายสายพันธุ์ ที่จะแข่งขันกันเบ่งบานอวดความสวยงามให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้เยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก

9. ทะเลสาบ Crater Lake รัฐออริกอน ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยอันดับต้นๆ ของโลกทีเดียว ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ Crater Lake ของรัฐออริกอน ลักษณะพิเศษคือเป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่ลึกที่สุดในอเมริกาถึง 1,943 ฟุต รอบล้อมทะเลสาบมีป่าสนสวยงาม เหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนสูดอากาศดีๆ

10. ทะเลสาบทาโฮ (Lake Tahoe) อยู่ที่ความสูง 6,225 ฟุต (1,897 เมตร) เหนือเทือกเขาเซียร์ราเนวาดาในทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกาซึ่งอยู่ระหว่างเขตแดนรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐเนวาดา เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในฐานะที่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่งดงามที่สุดในโลกกิจกรรมฤดูร้อนที่ทะเลสาบทาโฮนั้นประกอบไปด้วยการเดินป่า ตกปลา ปั่นจักรยานบนภูเขา ปีนหน้าผาและขี่ม้า ทะเลสาบทาโฮยังประกอบไปด้วยสนามกอล์ฟอันโดดเด่น ที่ซึ่งนักกอล์ฟทั้งหลายจะสามารถเพลิดเพลินไปกับข้อดีของการเล่นบนตำแหน่งที่เล่นระดับสูง หาดทรายยาวที่ชายฝั่งทางใต้ของทะเลสาบทาโฮยังสามารถทำให้คุณนึกถึงชายทะเลริมมหาสมุทรได้อีกด้วย และมันจะเป็นสถานที่ที่มอบความสนุกให้กับผู้คนได้ทั้งครอบครัว มีตัวเลือกกีฬาทางน้ำจำนวนมาก ซึ่งรวมไปถึงการแล่นเรือยนต์ การแล่นเรือใบ พาราเซล เจ็ตสกี การพายเรือคายัก สกีน้ำ การนั่งเรือใบจักรมิสซิสซิปปีของจริงอันแสนงดงาม
